ดวงเมืองปี63 ปฏิวัติซ้อน-ศก.วิกฤตกว่าปี40 โดย โหรภิญโญ พงศ์เจริญ

Digiqole ad

ดวงเมืองปี63 ปฏิวัติซ้อน-ศก.วิกฤตกว่าปี40

ตลอดปี 2563 ดาวมฤตยูจะโคจรอยู่ตรงราศีเมษ โคจรอยู่ตรงไหนก็มักเกิดการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ปี 2557 ดาวมฤตยูยกเข้าราศีเมษ คสช.ก็ยึดอำนาจ การโคจรเข้าราษีเมษทางลัคนาเมืองทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ดาวมฤตยูยังโคจรมาสัมพันธ์กับดาวอังคาร เทพแห่งสงคราม อุบัติเหตุ ความขัดแย้ง พระอังคารในปี 2563 ปลายปีจะโคจรวิปริตตรงราศีเมษ ตั้งแต่ 10 ส.ค.-27 ธ.ค. เป็นพื้นที่อันตราย ต้องระมัดระวังให้มากโดยเฉพาะความขัดแย้ง

พระราหู ต้นปีจะโคจรอยู่ตรงราศีมิถุน จนถึงวันที่ 10 ก.ย. ราศีมิถุนคือภพสหัชชะของดวงเมือง หมายถึงการคมนาคม การขนส่ง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นเจ้าเรือนลาภะ แปลว่ารายได้ จะมีการระดมทรัพย์สินเงินทองเข้ามาปรับปรุงการคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรถไฟ รถไฟฟ้า การติดต่อสื่อสาร รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน

ก.ย.จะมีการร่วมลงทุนกับชาติแถบตะวันออก จีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี และจะเกิดการรวมกลุ่มทุน 2 กลุ่มคนละขั้ว จีน สหรัฐ ที่ต้องเผชิญหน้า ท้าทาย ต่อรอง

พระราหูยังยกเข้าราศีพฤษภจนถึงสิ้นปี ราศีพฤษภคือเรือนกดุมภะ แปลว่าการเงิน การคลัง เศรษฐกิจ ในตำราเรียก “ราหูค้นทรัพย์” หมายถึง มีการนำงบประมาณของชาติเอามาใช้จำนวนมากจนเกิดปัญหา และมีการกู้ยืมเงินด้วย

เศรษฐกิจประเทศจะเกิดการเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนมากขึ้น แต่จะเกิดการปรับตัวเพื่อให้เกิดสมดุลตามมา เศรษฐกิจกับการเมืองจะอยู่คู่กันไป ปัญหาปากท้องที่สุมอยู่มากมายจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนจนเกิด “ระบบเศรษฐกิจและการเมืองแบบใหม่”

เรื่องสำคัญที่สุดของปีจะอยู่ที่ดาวพระเสาร์กับดาวพระพฤหัสฯ หากเคลื่อนมาเจอกันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยเลย ก็ว่าได้ เป็นดาวคู่แห่งการเปลี่ยนแปลง มีการกุมกันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 397 ปี มากกว่าอายุดวงกรุงเทพฯ

ดาวสองดวงนี้ปกติกุมกันทุกๆ 20 ปี ประเทศจึงมักเกิดการเปลี่ยนยุคทุก 20 ปี ดาวทั้งสองดวงโคจรมาซ้อนทับกันเป็นดวงเดียววันที่ 21 ธ.ค. ซึ่งจะกุมกันครั้งยิ่งใหญ่ถึง 3 ครั้ง ในปี 2563 จะกุมกันตรงราศีธนูช่วงหนึ่ง และราศีมังกรอีกช่วงหนึ่ง

มีทั้งด้านที่ให้คุณและให้โทษ ดาวพฤหัสฯถือว่าเป็นดาวประธานฝ่ายศุภเคราะห์ ให้คุณมากกว่าให้โทษ ให้ผลทางด้านความดี ความสงบเรียบร้อย ศาสนา การศึกษา กฎหมายต่างๆ ตลอดจนการเดินทางไกลและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ส่วนดาวเสาร์เป็นดาวประธานฝ่ายบาปเคราะห์ มักจะให้โทษ ให้ทุกข์ ต้องเหนื่อยยากตรากตรำ พระเสาร์เป็นตัวแทนมหาชน เรื่องของคนส่วนใหญ่ เมื่อดาวทั้งสองกุมกันจะเกิดการรวมตัวกันทั้งสองฝ่ายที่ตรงกันข้าม เช่น ฝ่ายดี-ฝ่ายร้าย คนจน-คนรวย คนส่วนใหญ่-คนส่วนน้อย คนชั้นสูง-คนชั้นต่ำ อาจแปลได้ว่าจะมีการชุมนุมเกิดขึ้น

การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่จะเกิดช่วง 2563-2565 ตามความหมายของดาวพฤหัสฯ และดาวเสาร์ แต่จะเข้าสู่การเปลี่ยน แปลงมากที่สุดในปี 2563 ภาษาทางโหรา ศาสตร์เรียกว่า The Great Conjunction 2020 โดยเมื่อดาวพฤหัสฯ กับดาวเสาร์โคจรถอยหลัง ตั้งแต่ 11 พ.ค.-23 ก.ย. จะเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อาจไปถึงการแก้รัฐธรรมนูญ

จะโคจรมาบรรจบกันอย่างแนบแน่นที่สุดวันที่ 21 ธ.ค. การเมืองจะร้อนรุ่มจนถึงขีดสุด ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน หรือคณะรัฐมนตรีจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญกว่าทุกครั้ง อาจถึงขั้นยุบสภา หรือถึงขั้นวิกฤตแบบรัฐประหาร

สังคมและโลกจะโกลาหล จะเกิดอัคคีภัย แผ่นดินไหว ธรณีพิบัติ ภูเขาไฟระเบิด หรือพายุที่รุนแรงตามมา และกลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ

ผู้นำประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีลัคนาอยู่ตรงราศีมังกร ในปี 2563 ดาวพฤหัสฯ กับดาวเสาร์อยู่ตรงราศีธนู จะเป็นภพวินาศของนายกฯ ต้องระมัดระวังอย่างมากและอยู่ให้เป็น

หากผู้นำไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมให้ปรับปรุง เกรงว่าจะเกิดวิกฤตตามวงรอบของดาวเสาร์ 30 ปี ที่จะเกิดขึ้นในปี 2565

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

%d bloggers like this: