สถานที่ สุดลึกลับ จาก สถานที่สุดลึกลับจาก ตำนาน ผีจ้างหนัง สู่ สถานที่ขอหวยยอดนิยม ของ นักเสี่ยงโชค “คำชะโนด”

Digiqole ad

“คำชะโนด” ชื่อนี้หลายคนอาจจะรู้จักโดยเฉพาะ นักเสี่ยงโชค ส่วนใหญ่ ที่มักจะไป ขอพร ขอ เลขเด็ด จากที่นี่
โดยในวันนี้ เราจะมา พาท่านผู้อ่าน ทำความรู้จัก เรื่องเล่า และตำนาน จ่างๆของ สถานที่แห่งนี้ ป่าคำชะโนด

ป่าคำชะโนด ตั้งอยู่ใน ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดย มีพื้นที่ กว่า 20 ไร่ โดย ทั้ง 20 ไร่ นั้นส่วนใหญ่จะเป็น ต้นชะโนด
โดยต้น ชะโนดที่ตั้งอยู่ เป็นจำนวนมากในป่าแม่งนี้ ก็มีเรื่องเล่าต่างๆ ดังนี้
1. ต้นชะโนด ที่นี้ จะขึ้นแค่ตรงป่าที่เดียว เรื่องนี้ เกิดจากว่า ระยะทางห่างจากป่าแห่งนี้ แค่ 300เมตร ก็จะไม่มี ต้นชะโนดให้เห็นเลย
2.“เคยมีคนคิดเอาต้นชะโนดไปปลูกที่อื่นนะ แต่ไม่นานก็ต้องเอากลับมาคืนที่เดิม เพราะชีวิตการงานไม่ก้าวหน้า
ชีวิตครอบครัวมีแต่ความเดือดร้อน ขนาดว่าแค่เอาเมล็ด หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นใบแห้งๆ ออกจากป่า สุดท้ายต้องเอามาคืนกันหมด”
ทองอินทร์ ปักเสติ ชาวบ้านโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับป่าคำชะโนด กล่าว นี่ก็เป็นเรื่องเล่าสุดลึกลับของป่าแห่งนี้

3. เรื่องราวข้างต้นนั้นเป็นแค่เรื่อง ของ ต้นชะโนดที่ขึ้นในป่าเท่านั้น ยังมีเรื่อง เล่าลี้ลับของสถานที่แห่งนี้ เราจะมาเล่าให้ ท่านผู้อ่านรับชมกันต่อ 
ป่าคำชะโนด หรือ เมืองชะโนด หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด นั้น เป็นสถานที่ ที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน ของ จ.อุดรธานี เป็นสถานที่ ๆ เชื่อว่า เป็นที่ สิงสถิตของพญานาค ปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา
และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ หลายๆครั้งที่ชาวบ้านในละแวกนั้นจะพบเห็นชาวเมืองชะโนดไปเที่ยวงานบุญพระเวสสันดร รวมถึงหญิงสาวที่มายืมเครื่องมือทอผ้าอยู่เป็นประจำ 
และ เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงที่อำเภอบ้านดุง แต่น้ำก็จะ ไม่ท่วมบริเวณคำชะโนด เมื่อระดับน้ำลดลง คำชะโนดก็ยังคงอยู่เช่นเดิม

มาถึงเรื่องราวที่ คนส่วนใหญ่รู้จัก นั้นก็คือ เหตุการใน ภาพยนตร์ เรื่อง “ผีจ้างหนัง”
เรื่องราวดัง กล่าว นั้น เกิดจาก เรื่องเล่าของชายที่ชื่อว่า คุณ ธงชัย แสงชัย เจ้าของบริษัทหนังเร่ดังกล่าว โดย คุณ ธงชัย ได้เล่าว่า ตนเองได้ถูกว่าจ้างจากคนหนึ่งคนหนึ่ง ให้ไปฉายหนังกลางแปลงที่งานวัด ที่หมู่บ้านวังทอง แถวป่าคำชะโนด ด้วยจำนวนเงิน 4,000 บาท แต่มีข้อแม้คือ ต้องฉายจบแค่ตี 4 ของวันใหม่ และให้ออกจากหมู่บ้านก่อนฟ้าสาง โดยห้ามหันหลังกลับมามอง…

หลังจากที่ผู้ว่าจ้าง ได้มีการ วางเงินมัดจำเสร็จ เจ้าของ บริษัท ฉายหนังก็จัดแจงเตรียมของอุปกรณ์สัมภาระ ฟิล์มหนังที่จะนำไปฉาย ไปกับลูกน้องอีก 4 รวมเป็น 5 คน โดยขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อมีหลังคา ออกจากตัวจังหวัดบ่ายแก่ ๆ ขับรถเข้าไปแถวป่าคำชะโนดก็เริ่มมืด ยิ่งขับไปทางเส้นทางตามที่ผู้ว่าจ้างบอกก็ไม่เห็นว่าจะเจอหมู่บ้านหรือคนที่จะมารับ จึงนึกว่าหลงกัน ระหว่างจอดรถว่าจะย้อนกลับไปดีหรือไม่ ก็มีผู้หญิง 2 คนใส่ชุดดำมาร้องเรียกว่าจะนำไปที่วัด คนขับที่เป็นเจ้าของหนังก็รับขึ้นรถ แต่แกก็สงสัยว่า 2 คนนี้โผล่มาจากไหนในที่มืดๆ อย่างนี้ พาหนะอะไรก็ไม่มี

เมื่อขับเข้าไปในหมู่บ้านก็ยิ่งให้ชวนสงสัยใหญ่ว่า ทำไมไม่มีเสียงลำโพงออกมาจากงานวัด ไม่มีเสียง หมอลำ หรือการละเล่นอะไรเลย พอไปถึงหมู่บ้านก็มีคนมารับ แต่แปลกว่าทุกคนจะใส่เสื้อสีขาวกับดำ ถ้าเป็นผู้ชายใส่ชุดขาว ผู้หญิงใส่ชุดดำแยกให้เห็นชัดเจนแม้แต่เด็ก แต่ที่แปลกทุกคนจะทาหน้าขาวหมดเหมือนใช้ครีมพอกหน้าเป็นที่หน้าสงสัยว่าพวกเขานั้นทำไมแต่งชุดอย่างนั้นเพราะไม่มีใครใส่เสื้ออย่างอื่นเลยนอกจากชุดขาวและดำ

เมื่อถึงที่แล้วทุกคนก็เริ่มต้น จัดเตรียมอุปกรณ์ฉายหนังกันทันที โดยได้เริ่มตั้งจอภาพยนตร์ เดินสายไฟ และเปิดเครื่องปั่นไฟ ระหว่างที่กำลังกุลีกุจอติดตั้งก็เริ่มเห็นผู้คนทยอยมานั่งดูหนัง แต่จะแยกชายหญิงชัดเจน ไม่นั่งรวมกัน และปกติของงานวัดจะต้องมีแม่ค้าแม่ขายมาขายน้ำ ขายถั่ว ขายปลาหมึกย่าง แต่ที่นี่กลับไม่มีแม่ค้าสักคน พอติดตั้งเสร็จก็เริ่มฉายหนัง หนังที่เอาไปฉายมี 4 เรื่อง เรื่องแรกเป็นหนังสงคราม เรื่องที่ 2 เป็นหนังตลกแอ็คชั่น เรื่องที่ 3 กับ 4 เป็นหนังผี ระหว่างฉายคนพากย์ก็พยายามพากย์ยิงมุกตลกๆ แต่ไม่มีใครหัวเราะหรือแสดงอารมณ์อย่างใดเลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไปฉายที่ไหน คนก็จะหัวเราะตลอด

จนเริ่มฉายหนังถึง เรื่องที่ 3 ที่เป็นหนังผีนั้นจะสังเกตเห็นว่า ท่าทางของผู้คนที่ที่มารับชมหนังนั้นเริ่มตั้งใจดู ทั้งที่บรรยากาศตอนนั้นก็เที่ยงคืนดูน่ากลัวมากๆ ระหว่างนั้นทางเจ้าภาพก็จัดข้าวต้มถ้วยเล็กมาให้ทีมงานฉายหนังกินกัน ทางทีมงานเห็นแล้วก็ละเหี่ยใจ มีแต่ข้าวต้มซีดๆ กะเนื้อชิ้นเล็กๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ ทางทีมงานก็เลยกินกัน ปรากฎว่าเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดที่เคยกินกันมา หลังจากฉายหนังจบถึงตี 2 ผู้คนก็แยกย้ายกันกลับ แป๊บเดียวก็สลายไปหมด ไม่มีใครเหลืออยู่เลย ทางทีมงานก็เก็บอุปกรณ์ขึ้นรถ โดยมีผู้หญิงสองคนนั่งรถออกมาส่ง ก่อนจะร่ำลาก็จ่ายค่าจ้างที่เหลือซึ่งเป็นเงินเหรียญทั้งหมด พอออกมาส่งถึงปากซอยผู้หญิงสองคนนั้นลงจากรถ พอรถออกตัวคนขับที่เป็นเจ้าของหนังกลางแปลงหันกลับมาดูก็ไม่เห็นผู้หญิง 2 คนนั้นแล้ว

หลังจากมาจากการฉายหนังที่ ป่าคำชะโนด นั้น นาย ธงชัย ก็ได้เกิดความสงสัยขึ้น จึงได้ไปลองเช็คประวัติกับผู้ว่าจ้างที่ถ่ายเอกสารให้ตอนวางมัดจำ ก็พบตัวว่ามีชื่อนี้จริง แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยไปว่าจ้างใครไปฉายหนังตามวันและเวลาที่บอก เมื่อสงสัยจัดก็เลยสอบถามไปยังเจ้าอาวาสวัดที่เอาหนังไปฉาย ทางเจ้าอาวาสก็บอกว่าในวันนั้นที่วัดไม่ได้มีการจัดงานแต่อย่างใด แต่เจ้าอาวาสเล่าว่า ในคืนวันที่เจ้าของหนังมาบอกว่ามีการฉายหนัง ที่ป่าคำชะโนดจะมีเสียงซู่ๆ เหมือนกับมีพายุพัดเข้ามา ทั้งๆ ที่คืนนั้นไม่มีลมใหญ่พัดมาจากไหนเลย ทำให้เจ้าของหนังนั้นแปลกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยากมาก และยังหาคำตอบว่าใครที่จ้างหนังไปฉายที่ป่าคำชะโนดไม่ได้

และยังมีเรื่องเล่าอีกหลายอย่างเช่น 
ในใจกลาง ดงต้นชะโนด นั้นมี บ่อน้ำขนาดเล็กๆที่มีน้ำซึมไหล ออกมาตามธรรมชาติตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าบ่อน้ำประทานมาให้โดยพญานาคที่อาศัยอยู่ในบริเวณผืนป่า สำหรับบ่อน้ำในป่าคำชะโนด ว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำที่ความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก ชาวบ้านเชื่อกันอย่างนั้น มีหลายคนเคยได้ ลองอธิษฐานตรงหน้าบ่อน้ำก็ได้ตามประสงค์ บางคนเจ็บป่วยไปดื่มหรืออาบโรคร้ายก็หายเป็นปลิดทิ้ง สร้างความอัศจรรย์ใจยิ่งนัก แต่นั่นไม่ใช่ทุกคน อยู่ที่ความเชื่อมีมากน้อยแค่ไหน หลายคนไม่เชื่อแถมยังลบหลู่ ตักน้ำจากบ่อแล้วนำมาล้างเท้าแทนที่จะหายป่วยไข้กลับทุกข์ทรมานซ้ำหนักกว่าเดิม

เช่นเดียวกัน ถ้าใครที่อยากจะเข้าไปสัมผัสความลี้ลับ ของป่าคำชะโนดแห่งนี้ก็ต้อง ทำตัวให้สำรวมและปฏิบัติตามข้อห้ามอื่นๆ เป็นต้นว่า ห้ามใส่รองเท้าทั่วทั้งบริเวณป่า หมวก แว่นตา ร่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ห้ามเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้คือการดูถูกดูหมิ่นต่อผู้ปกปักรักษาผืนดิน

เป็นยังไงกัน บ้างครับ กับเรื่องเล่าต่างๆ ที่เรานำมาให้รับชมกัน จริงๆยังมีอีกหลายเรื่อง ที่ยังไม่ได้เล่า และยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ ยังไงก็ ถ้าใครจะไปลองขอโชคลาบ
หรือจะไปขอเลขเด็ด ก็ขอให้ทำตามกฎและข้อ ปฏิบัติ ของสถานที่ด้วยนะครับ และ ขอให้ทุกท่านโชคดี ร่ำรวยๆ กันทุกคนนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia.org , sanook.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

%d bloggers like this: